เมื่อชีวิตถึงทางเลือก

posted on 28 Feb 2008 14:25 by blueocean

เมื่อชีวิตมันมีทางเลือกเยอะ......ใช่ว่าจะดี

                     เมื่อชีวิตมันมีทางเลือกน้อย.......มันก็ไม่ดี

                     เมื่อชีวิตมันไม่มีทางเลือกเลย.....มันก็ไม่ดีอีกเหมือนกัน

อ้าว....แล้วอย่างไหนมันดีกันหละ

ฉันก็ตอบไม่ได้เหมือนกันเพราะมันก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนกับการค้นหาทางเลือกให้ตัวเอง

ฉันเป็นคนหนึ่งที่มีทางเลือกในชีวิตอยู่กับเค้าเหมือนกัน

ฉันตัดสินใจค้นหาตัวเองจากการตัดทางเลือกให้ตัวเอง

ลาออกจากงาน.....แล้วก็มาทำงานที่บ้านตัวเอง

ทำโน้นทำนี่มาเรื่อย............เฮ้อ.กว่าจะหาตัวเองเจอก็ใช้เวลานานพอดูเลยหละ

แต่มันก็คุ้มค่ากับการลงทุนลาออกจากงาน

ฉันรู้แล้วว่าตัวเองชอบงานศิลปะ จึงหารญกล้าที่คิดจะทำผลงานออกขาย

ฉันคิดอะไรได้ก็ทำอันนั้นแหละ

อย่างเเรกที่ทำก็เป็นการ์ดทำมือ ยอดขายก็ไม่ได้สูงชะรูดเหมือนเสาไฟฟ้าแรงสูง

หรือต่ำเตี้ยเลียดยอดหญ้า แต่มันขายได้เรื่อยๆมากกว่า

มันก็สร้างความภาคภูมิในให้ฉันได้ไม่น้อยเลยว่าผลงานของฉันก็มีคนชื่นชอบ

เคยคิดว่าจะเปิดร้านขายเป็นของตัวเอง

แต่มันก็ยากนิดนึงเพราะกำลังการผลิตนั้นน้อยเหลือเกิน

คาดว่าถ้าทำได้เงินทุนหมุนเวียนในร้านคงไม่เหลือแน่ๆ

คิดได้อย่างนี้ฉันก็ทำได้แค่ฝากเค้าขายไปก่อน

ล่าสุดเลยวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมาการ์ดฉันขายดีมาก

ตอนแรกพี่ที่ร้านบอกว่าจะโทรมาให้ทำเพิ่ม แต่คิดว่าฉันทำไม่ทันเลยไม่โทรมา

พี่เค้าคิดถูกแล้วว่าฉันทำไม่ทัน เพราะงานของฉันแต่ละอันกว่าจะเสร็จก็ต้องใช้เวลา

 

ฉันสอบเรียนต่อโทได้สำเร็จ

เส้นทางการทำการ์ดก็ต้องสิ้นสุดลงเพราะฉันต้องเลือก....

ระหว่างตั้งใจเรียน....กับ....ทำงานศิลปะออกขาย     

ฉันตัดสินใจอยู่นานเปรียบเทียบระหว่างผลได้เสียเรียบร้อยแล้ว

ผลก็คือ ฉันจะตั้งใจเรียนให้จบ

ใจจริงฉันจะเลือกทำทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน

แต่พอมาสำรวจตรวจตรานิสัยของตัวเองแล้วพบว่าเป็นคนทำอะไรได้แค่อย่างเดียว

เมื่อทำอะไรแล้วก็จะทุ่มให้มันสุดตัวเลย

ดังนั้น ถ้าฉันทำทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกันชีวิตฉันจบลงไม่สวยแน่ๆ

ถึงตอนนี้ ฉันคิดว่าฉันเริ่มเข้าใกล้ความฝันของฉันแล้วหละ

ฉันจะเดินต่อไป ฉันไม่กลัวอะไรอีกต่อไปแล้วหละ

เพราะฉันได้เลือกมันแล้ว

 

edit @ 28 Feb 2008 15:26:22 by ทะเลสีฟ้า โลมาสีน้ำเงิน

edit @ 28 Feb 2008 15:27:21 by ทะเลสีฟ้า โลมาสีน้ำเงิน

เป็ดว่ายน้ำ

posted on 06 Jan 2008 18:38 by blueocean

 สวัดดีปีชวล 

สำหรับปีใหม่ก็มาพร้อมกับอายุใหม่ด้วย เหอะ....เร็วจังเนอะ

ฉันก็นับถอยหลังสำหรับปีใหม่อยู่หน้าทีวีเหมือนเคย เพราะไม่รู้จะไปไหนดี

แล้วก็มานึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้มาอัพเดทบล็อกเลย ก็เลยเข้ามาเขียนสักหน่อย

ฉันเป็นคนชอบถ่ายรูปนะ แต่....เหอะๆๆ ถ่ายไม่ได้เรื่องสักเท่าไหร่

พอดีฉันมีโอกาสได้ไปล่องเรือที่แม่น้ำแห่งหนึ่ง แล้วเห็นภาพเป็ดกำลังว่ายน้ำ

เลยเกิดอาการคันไม้คันมือ ถ่ายรูปภาพแบบต่อเนื่อง

พอถ่ายเสร็จแล้วกลับมานั่งย้อนดูก็เป็นอะไรที่ตลกดีเหมือนกัน

พวกมันว่ายกับเป็นแถวเชียว สามัคคีกันจริงๆ

 

 

ฉันเป็นคนหนึ่งที่รักการกินเป็นชีวิตจิตใจโดยเฉพาะ ขนมเค้ก

ถ้าใครบอกว่าร้านไหนทำอร่อยฉันจะไม่รีรอที่จะไปทดลองด้วยตัวเองทันที 

เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ฉันตีแบดเสร็จแล้วกำลังคิดว่าจะกินขนมอะไรดี

ร้านเก่าก็กินจนเบื่อแล้ว พอดีมีคนแนะนำให้ไปกินเค้กที่นึงอร่อยมาก...

ฉันก็อยากรู้ว่าอร่อยจริงรึเปล่าฉันก็ขับรถไปกินเค้กทันทีที่ตีแบดเสร็จ

ร้านนี้ตกแต่ร้านน่ารักและน่านั่งมากๆ แน่นอนร้านสวย สะอาดจัดเนี้ยบแบบนี้

เค้กก็ต้องราคาแพงเป็นธรรมดา ฉันกินเค้กช็อกโกเเลต(ที่ร้านเค้าตั้งชื่อว่าอะไรฉันก็จำไม่ได้)

กับชาร้อนแอปเปิ้ล ฉันค่อยๆละเลียดกินเค้กเพราะกลัวว่ามันจะหมดเร็ว

หลังจากกินเสร็จแล้วฉันก็สรุปได้เลยว่า ... ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ

แต่ถ้ามากินบ่อยๆอาจจะทำให้กระเป๋าเบาก็ได้

แล้ววันนี้ก็เป็นวันเกิดเพื่อนของฉัน ฉันก็เลยซื้อขนมเค้กที่ฉันเคยกินไปให้เพื่อนเป็นของขวัญวันเกิด

เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ราคาเค้กแพงขึ้นอีก ด้วยความที่ฉันสงสัยก็ถามเจ้าของร้านว่าทำไมราคาแพงขึ้น

ดีที่เจ้าของร้านใจดีเลยสละเวลามาตอบคำถามลูกค้าอย่างฉัน

ก็น่าเห็นใจอยู่แหละเพราะราคาของเนยแพงขึ้นเกือบเท่าตัว ค่าไฟก็แพง

ดีที่สถานที่ที่ร้านตั้งอยู่ไ่ม่ต้องเสียค่าเช่า ไม่งั้นราคาเค้กคงแพงขึ้นอีกแน่

ก็เคยมีคนบอกฉันว่าทำไมไม่ทำเค้กกินเองหละจะได้ไม่ต้องไปซื้อ

ฉันก็ตอบเค้าไปว่า "ใจไม่รักการทำอาหารหรือขนม แต่ใจมันรักการกินมากกว่า"

 

 

ฉันก็เป็นผู้หญิงคนนึงที่หน้าตาธรรมดาๆ.... มีสิวเข้ามาทักทายบ้างเป็นบางเวลา

ปกติแ้ล้วมันจะเเวะผ่านมาแล้วไม่นานก็ผ่านไป.....

ฉันไม่เคยกลุ้มใจเรื่องสิวเลยจนมาถึงวันนี้

สิวเก่ายังไม่ทันจะหาย เม็ดใหม่ก็ขึ้นมาเหมือนกับว่านัดกันมาอย่างนั่นแหละ

จนตอนนี้นับได้เกือบ 10 เม็ดแล้ว แล้วแต่ละเม็ดก็เป็นสิวอักเสบทั้งนั้นด้วย

และบริเวณที่มันขึ้นก็ขึ้นบริเวณตรงรอบปากทั้งนั้นเลย ลักษณะเหมือนคนกินสกปรกแล้วเลอะปากเลยหละ

ฉันแทบจะทุบกระจกที่มีในบ้านทิ้งเลยหละ เพราะรับไม่ได้กับสภาพของตัวเอง

ฉันไม่เคยเป็นสิวเยอะขนาดนี้เลยในชีวิต

แล้วการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ก็มาถึง ฉันไปหาหมอสิวแห่งหนึ่ง

กว่าจะไปได้คิดนานมาก ก็จะอะไรซะอีกหละก็กลัวหมอและกลัวเปลืองเงินด้วย

พอไปถึงก็ถามถึงการรักษาถ้าเป็นคอร์สจะราคาเท่าไหร่ แล้วถ้าซื้อยาไปใช้ราคาจะเท่าไหร่

ราคาแพงห่างกันเยอะเลยระหว่างการเข้าคอร์สกับรักษาเอง แต่ผลการรักษามันต่างกัน

ถ้าเข้าคอร์สจะหายเร็วกว่า แต่ถ้ารักษาเองจะหายช้ากว่า

แน่นอนคนงกอย่างฉันก็ต้องเลือกอย่างหลังมากกว่า ซื้อยาไปทาเองดีกว่า ช้าๆแต่ชัวร์

ฉันก็แอบมีความหวังว่าฉันจะกลับมาหน้าไม่มีสิวเหมือนเดิม

ฉันไม่นึกเลยนะเนี้ยแค่เรื่องสิวๆมันจะทำให้คนเราต้องทุกข์ใจได้ขนาดนี้

 

edit @ 30 Oct 2007 13:58:43 by ทะเลสีฟ้า โลมาสีน้ำเงิน

อยากรู้จังคิดอะไรอยู่

posted on 29 Oct 2007 15:55 by blueocean

ฉันก็พึ่งมีกล้องถ่ายรูปเป็นตัวเป็นตนของตัวเองเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี่เอง ก็ลองกดนั่นกดนี่ไปเรื่อย....

แล้วก็ไปเจอกรอบสำเร็จที่กล้องตั้งไว้แล้วก็ลองมาถ่ายเล่น มันก็สวยไปอีกแบบ ..

บังเอิญว่าได้ไปเที่ยวประจวบฯ ก็ถอดรองเท้าเดินบนทราย มือก็ถือกล้องเล็งนั่นเล็งนี่ไปทั่ว

บังเอิญเล็งไปที่รองเท้าที่ถอดไว้ให้น้ำทะเลมันซัดเล่นๆก็ปิ๊งเลย....

ลองถ่ายออกมาก็เป็นรูปแบบนี้

มันทำให้ฉันคิดได้ว่า "เออเนอะ ถ้ารองเท้ามันพูดได้มันจะพูดหรือกำลังคิดอะไรอยู่"

เพราะมันเป็นสิ่งที่มนุษย์ขาดไม่ได้เลยถ้าต้องเดินไปข้างนอก แดดร้อนๆ

คิดดูซิถ้าเราไม่มีรองเท้า แล้วเราต้องเดินเท้าเปล่าๆไปบนถนน คงเหมือนกุ้งเต้นแน่ๆ

เดินไปกระโดดไป คงแปลกดีเนอะ..... 

 

โต๊ะจีน

posted on 29 Oct 2007 12:02 by blueocean

มาถึงวันนี้ฉันก็ทำงานอยู่ที่บ้านได้มาเกือบ 1 ปีแล้ว ....

ที่บ้านฉันมีธุรกิจเล็กๆ คือ ให้เช่าอุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวกับโต๊ะจีน

มีโต๊ะไม่มากแค่ 160 โต๊ะเอง

งานเกี่ยวกับการจัดงานเลี้ยงอย่างฉันก็มีช่วงขึ้นลงตามเทศกาล แต่คงไม่ขึ้นลงอย่างเดียวกับราคาน้ำมันแน่นอน(มีแต่ขึ้นไม่ยอมลง) การทำงานทุกอย่างย่อมให้ประสบการณ์กับเราไม่มากก็น้อยแล้วแต่เราจะมองเห็นมัน งานโต๊ะจีนทำให้ฉันรู้ถึงอะไรหลายอย่าง ....

รู้อย่างแรกคงเป็น......

รู้ว่าเบื้องหลังความสำเร็จของงานย่อมมาจากการร่วมมือกันทำงาน

เริ่มตั้งแต่คนประสานงานในส่วนต่างๆ อาหาร เครื่องดื่ม โต๊ะ ภาชนะใส่อาหาร

ของประดับตกแต่งภายในงาน เครื่องเสียง และอีกหลายอย่างมากจนฉันขี้เกียจเขียน ถ้าใครคนหนึ่งไม่ทำตามหน้าที่ตนเองขึ้นมา งานนั่นเจ้าภาพต้องเตรียมเอาสำลีอุดหูไว้ได้เลย เพราะคงจะต้องรับพรจากแขกที่มางานแทบไม่หวัดไม่ไหว เช่น ถ้างานจะเริ่มแล้วดอกไม้ภายในงานยังจัดไม่เสร็จเพราะคนขับรถส่งดอกไม้อู้งาน

ไม่ยอมเอาดอกไม้มาส่งในงาน หรืออาจจะเป็นระบบเครื่องเสียงภายในงานไม่มีคุณภาพทำให้ระหว่าง

การพูดต้องมีคลื่นแทรกตลอดเวลา สุนทรีย์ทางด้านเสียงเพลงบรรเลงขณะทานอาหารอาจจะกลายเป็นมลพิษทางเสียงที่ไล่แขก

กลับบ้านเร็วขึ้นก็ได้

รู้ว่าอะไรที่เรียกว่าเกินพอดี มีบางงานที่ฉันต้องลงมือเก็บภาชนะเอง แน่นอนฉันต้องได้เห็นอาหารที่แขกกินเหลือไว้ให้ฉันเก็บทิ้งอย่างแน่นอน ยิ่งเดินเก็บอาหารทิ้งขยะก็ยิ่งนึกถึงกลุ่มคนไม่มีอาหารกิน ถ้าคนพวกนั่นมาเห็นภาพที่ฉันกำลังเทอาหารทิ้งขยะหละก็คงต้องร้องไห้อย่างแน่นอน

รู้ว่าอะไรที่เรียกว่าไม่เหมาะสม มีวันนึงฉันไปงานบวชกับแม่ งานนี้มีโต๊ะจีนประมาณ 30 ชุด เป็นการจัดงานที่วัดแถวบ้านฉันเอง พอฉันเดินไปนั่งที่โต๊ะก็ลงมือกินออเดริฟที่วางไว้ พอมันเริ่มหมดฉันก็เริ่มไม่มีอะไรทำ สายตาของฉันก็เริ่มมองไปรอบๆงาน

ปรากฏว่าในวัดนี้ก็มีงานสวดศพอยู่ด้วย มีอย่างหนึ่งที่ฉันไม่เข้าใจ พองานเริ่มมีแขกมากขึ้นดนตรีก็เล่นเพลงดังขึ้นพร้อมกับนักเต้นเท้าไฟที่แต่งตัวด้วย

เสื้อผ้าที่ฉันคิดว่างบซื้อเสื้อผ้าคงน้อยมากเลยต้องใส่แต่งต้องเครื่องแต่งกายชิ้นเล็กๆ ก็พากับมาเต้นบนเวที จากเสียงสวดศพที่ฉันได้ยินตอนนี้ถูกเสียงจากดนตรีดังกลบเสียงจนสนิท มันเป็นภาพซึ้งขัดแย้งกันจริงๆ งานบวชจำเป็นด้วยหรือที่จัดแบบยิ่งใหญ่ หลักธรรมที่แท้จริงมันคืออะไร

รู้ว่าอะไรที่เรียกว่าจัดงานเอาหน้า บางคนที่จัดงานก็มีเงินไม่พอที่จะจัดก็ต้องไปหยิบยืมจากคนอื่นมาจัดงาน หวังแต่เพียงว่าพอเปิดซองแล้วก็จะเอามาใช้คืน แต่บังเอิญจัดใหญ่ไปหน่อยแล้วซองที่ได้ก็ไม่พอกับเงินที่ยืมมาก็เรียกว่าเข้าเนื้อกันไป ส่วนตัวฉันเองค่อนข้างเป็นคนขวางโลก ฉันชอบคิดว่าทำไมเราต้องจัดอะไรที่มันใหญ่เกินตัวด้วย หรือว่ากลัวไม่มีคนชื่นชมกันแน่

รู้หลักการปกครองคน ในจำนวนคนที่พ่อฉันจ้างมาทำงานมีทั้งแก่กว่าและอ่อนกว่าฉัน การที่จะให้คนพวกนี้เต็มในทำงานกับเรานั้นก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก แต่ถ้าทำได้แล้วงานก็จะราบรื่น ฉันใช้หลักการที่ว่าเค้าทำอะไรฉันก็ทำอย่างนั้น เค้ากินอะไรก็กินอย่างนั้น

ถ้าคนในปกครองเห็นเราทำงานด้วยกัน เหนื่อยด้วยกัน เค้าก็คิดว่าใช่ว่าเป็นเจ้าของแล้วจะสบาย มันก็ลำบากเหมือนกันแหละ

รู้ว่าถ้าฉันจะออกมาทำธุรกิจเองนั่นต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง มันยากจะสำเร็จถ้าเราไม่อดทนกับมัน ฉันไม่ชอบทำอะไรตามกระแส ชอบทำอะไรในสิ่งที่ตัวเองชอบ และถนัดมากกว่า ตอนว่างจากงานโต๊ะจีนฉันก็มาประดิษฐ์ของเล็กๆน้อยๆไว้ฝากขาย ถึงแม้จะได้เงินไม่มากแต่มันก็ทำให้ฉันรู้ว่าอะไรที่เรียกว่าการลองผิดลองถูก

 

edit @ 9 Nov 2007 13:09:19 by ทะเลสีฟ้า โลมาสีน้ำเงิน

edit @ 6 Jan 2008 18:54:17 by ทะเลสีฟ้า โลมาสีน้ำเงิน

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ exteen

posted on 26 Oct 2007 13:09 by blueocean

เรื่องนี้เป็นเพียงตัวอย่างการใช้งานเท่านั้น คุณสามารถลบเรื่องนี้แล้วเริ่มต้นเขียนบล็อกได้เลย

ขอให้สนุกกับการใช้บล็อก